บริการข่าวสารวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ประจำวันที่ 8 - 11 กุมภาพันธ์ 2557 จากสถาบันยานยนต์

10/03/2014 14.51 1905

านสามารถรับข่าวสารจาก ศูนย์สารสนเทศยานยนต์ ได้อีกช่องทางที่ http://www.facebook.com/pages/ศูนย์สารสนเทศยานยนต์ /246460555474598
 
บริการข่าวสารวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ประจำวันที่ 8 - 11 กุมภาพันธ์ 2557 จากสถาบันยานยนต์
 
1. China major driver as Renault-Nissan thrives
The Renault-Nissan Alliance sold a record 8,266,098 vehicles last year, propelled by record sales in the car group's two largest markets, China and the United States. Renault-Nissan's 2013 calendar-year sales, which included Russia's AvtoVAZ, increased 2.1 per cent from 2012. This marked the fifth straight year of sales growth. Together, Renault, Nissan and AvtoVAZ account for one in 10 cars sold worldwide. Renault Group sold 2,628,208 units worldwide in 2013, up 3.1 per cent. Sales in Europe rose 2.4 per cent to 1,301,864 units despite a 1.7-per-cent decline in the overall market. Renault's European market share rose 0.4 percentage point to 9.5 per cent, making it the fastest-growing automotive group in that region last year.
ที่มา: หนังสือพิมพ์ The Nation วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557
 
2. รัฐมิชิแกน อนุญาตรถไม่มีคนขับ
รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา นับเป็นรัฐที่ 4 ที่อนุญาตให้สามารถทดสอบการทำงาน ของรถยนต์ที่ไม่มีผู้ขับขี่ บนถนนหลวง ต่อจากรัฐแคลิฟอร์เนีย, เนวาดา และฟลอริดา นั่นก็จะทำให้ค่ายรถยนต์ นิสสัน, ฟอร์ด และค่ายกูเกิ้ล สามารถทำการทดสอบรถยนต์ซึ่งไม่มีคนขับบนถนนหลวงได้ แต่ก็ยังต้องเคารพข้อบังคับโดยรวมของทางหลวง เช่นเดียวกับรถยนต์คันอื่นๆ ค่ายรถยนต์ที่กำลังทดสอบยานยนต์ไร้คนขับอยู่ในปัจจุบัน มี ฟอร์ด, นิสสัน, วอลโว่, โตโยต้า และ เมอร์เซเดส เบนซ์ ที่ประกาศการทดลองอย่างเป็นทางการแล้ว
ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557      
 
3. 'ขวัญชัย'ชี้เปิดAECอาเซียนคึกผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่แห่ลงทุน
          "ขวัญชัย" ชูกลยุทธ์จัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 31 คือ เป็นเวทีต้อนรับปี 2558 หรือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งเป็นความร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน และอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ได้รับการส่งเสริมให้อยู่ภายใต้ฐานการผลิตและตลาดเดียวกัน มั่นใจหลังเปิดเสรีนักลงทุนค่ายใหญ่แห่ลงทุนในภูมิภาค พร้อมแจงปี 57 ตลาดรถไทยโต 10% ระบุการเมืองฉุดกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว มั่นใจ Q3-Q4 ตลาดเริ่มกลับมาสดใส
ที่มาหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557
 
4. ดัน'ดัทสัน'คืนสังเวียนอีกครั้ง เปิดตัวที่ราคา 2 แสนในอินเดียประเทศแรกมีนาคมนี้
นิสสัน มอเตอร์ บริษัทรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยการกลับคืนสู่สังเวียนของรถยนต์ "ดัทสัน" ซึ่งบริษัทยุติการผลิตไปในช่วงทศวรรษ 1980 จะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ โดยรถยนต์ดัทสันรุ่นแรกที่เริ่มการผลิตครั้งใหม่ เป็นรุ่นแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ภายใต้ชื่อ "ดัทสัน โก" (Datsun Go) ขนาดเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร จะวางตลาดเป็นประเทศแรกที่อินเดีย ในราคาเริ่มต้นคันละไม่ถึง 4 แสนรูปี หรือประมาณกว่า 2 แสนบาท หลังจากเปิดตัวในตลาดอินเดียแล้ว บริษัทจะเริ่มเปิดตลาดรถดัทสันในประเทศอินโดนีเซีย รัสเซีย และแอฟริกาใต้ เป็นลำดับต่อไปภายในปี 2557 นี้
ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557
 
5. มิลเลนเนียมฯขอโต20%
          บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ 'บีเอ็มดับเบิลยู' และ 'มินิ' เปิดเผยว่า ตลาดรถระดับหรูเมื่อปีที่แล้วมี อัตราเติบโตสูงมาก สวนทางกับตลาดรถยนต์โดยรวม เพราะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับค่ายรถยนต์ ระดับหรู นำรถยนต์รุ่นต่างๆ เข้ามาเปิดตัวกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้ากลุ่มรถญี่ปุ่นขยับขึ้นมาเล่นรถยุโรปเป็นจำนวนมาก คาดว่าทั้งปีตลาดรถยนต์ระดับหรูมียอดขายอยู่ที่กว่า 20,000 คัน ในส่วนของบริษัทฯ เมื่อ ปีที่แล้วมีอัตราเติบโต 20% ยอดค้างส่งมอบอยู่ที่ประมาณ 400 คัน ปีนี้ตั้งเป้าไว้ 20%
ที่มาหนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557
 
6. Nissan becomes least profitable Japan carmaker amid yen boon
Nissan Motor Co. became Japan's least profitable carmaker at a time when the weaker yen is driving up earnings at most of the nation's exporters. Net income rose 57 percent to 84.3 billion yen ($825 million) in the three months ended Dec. 31, the company reported today, the lowest margin among any Japanese carmaker last quarter. It's an about-face for CEO Carlos Ghosn, whose company led all Japanese carmakers in profits almost two years ago, when it was faster than its peers in recovering from the natural disasters of 2011, moving production overseas to counter the stronger yen and expanding in emerging markets.
ที่มาwww.autonews.com วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557
 
7. ผู้ผลิตรถต่างชาติลุยตลาดชนบทอินเดีย
ต่างชาติที่รุกเข้าไปต้องเจอเจ้าถิ่นที่มีเครือข่ายบริการเพียบพร้อมอย่างมารุติซูซุกิอินเดีย มหินทรา และทาทามอเตอร์ส ซึ่งครอบครองตลาดรถในชนบท ในสายตาของบรรดาผู้ผลิตรถยนต์รายต่างๆ ในโลก ท้องถนนตามชนบทของอินเดียอาจเป็นตลาดใหม่ที่มีแววรุ่งเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้น้อยลงทำให้ความต้องการรถยนต์คันใหม่ตามเมืองใหญ่ๆ ของอินเดียมีไม่มากนัก ขณะที่ผู้คนในเมืองเล็กๆ มีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า ทำให้บริษัทอย่างเจเนอรัลมอเตอร์และฮอนด้า ต้องออกไปหาลูกค้าในตลาดที่ทุกๆ พันคนจะมีผู้ที่ครอบครองรถยนต์ไม่ถึง 20 คน ต่างชาติที่รุกเข้าไปต้องเจอเจ้าถิ่นที่มีเครือข่ายบริการเพียบพร้อมอย่างมารุติซูซุกิอินเดีย มหินทรา และทาทามอเตอร์ส ซึ่งครอบครองตลาดรถในชนบท บริษัทต่างชาติที่นำรถไปแสดงในงานเดลีมออโตโชว์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์สร้างโรงงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์ และทำการตลาดครั้งใหญ่ แต่ไม่มีผู้ผลิตต่างชาติรายใดครองส่วนแบ่งมากกว่า 6% ในตลาดยานยนต์แดนโรตี นอกเหนือจากฮุนไดมอเตอร์ของเกาหลีใต้ที่มีส่วนแบ่ง 15%
ที่มาหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
 
8. ยอดขายปอร์เช่ในเอเชีย โต 10%
บริษัท ปอร์เช่ เอเชีย แปชิฟิก รายงานยอดจำหน่ายรถปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สามารถสร้างยอดจำหน่ายได้มากเป็นประวัติศาสตร์ มีจำนวนสูงถึง 5,225 คัน ในปี 2013 และมีจำนวนมากกว่ายอดจำหน่ายปี 2012 ถึง 10.5% ขณะที่รถสปอร์ต 911, บ็อกซเตอร์ และ เคย์แมน สร้างยอดจำหน่ายรวมได้อย่างยอดเยี่ยม และเติบโตขึ้นถึง 60.4% ส่วนคาเยนน์ รถอเนกประสงค์ (SUV) และ พานาเมร่า ยังคงเป็นรุ่นยอดนิยมของลูกค้าในภูมิภาคนี้ ส่วนในปี 2557 นี้รถปอร์เช่จะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อีกหลายรุ่น ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ยอดจำหน่ายในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เติบโตขึ้นตามลำดับ
ที่มาหนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
 
9. ยอดขายรถเดือนม.ค.ร่วงหนัก เหลือ6.9หมื่นจากธ.ค.แสนกว่า 'โตโยต้า-อีซูซุ-นิสสัน'ท็อปทรี
สมาคมหอการค้าญี่ปุ่น เปิดเผยตัวเลขยอดขายรถยนต์เดือนมกราคม 2557 โดยพบว่ามียอดรวมเหลือเพียง 69,154 คัน ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2556 มียอดขายรวม 111,397 คัน โดยโตโยต้ายังคงมียอดขายสูงสุดอยู่ที่ 26,219 คัน แบ่งเป็นรถเก๋ง 11,494 คัน รถเพื่อการพาณิชย์ 14,725 คัน และรถปิกอัพขนาด 1 ตัน 13,738 คัน รองลงมาคืออีซูซุ 12,883 คัน ค่ายนิสสัน6,020 คัน ค่ายฮอนด้า 5,781 คัน และค่ายมิตซูบิชิ 5,246 คัน สาเหตุเกิดจากปัญหาทางการเมือง ทำให้ลูกค้าไม่มีอารมณ์ซื่อรถยนต์ใหม่ และคาดว่าจะยังคงส่งผลกระทบต่อไปในช่วงอีกหลายเดือนนับจากนี้ต่อไป
ที่มาหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
 
10. โตโยต้าเลิกผลิตรถในออสเตรเลีย
โตโยต้า มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศเตรียมจะหยุดการผลิตรถยนต์ในโรงงานที่ประเทศออสเตรเลียภายในปี 2560 ซึ่งอาจส่งผลให้มีคนตกงานราว 2,500 คน คำประกาศของโตโยต้ามีขึ้นหลังจากเจเนอรัล มอเตอร์สประกาศเมื่อสองเดือนก่อนว่าจะยุติการผลิตในออสเตรเลียในปี 2560 เช่นกัน ขณะที่ฟอร์ดประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วว่าจะยุติการผลิตในออสเตรเลียในปี 2559 โตโยต้าระบุว่า การตัดสินใจยุติการผลิตดังกล่าวมาจากหลายปัจจัย ทั้งค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย การแข่งขัน และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และว่า โตโยต้าจะเป็นเพียงผู้จำหน่ายรถยนต์ในออสเตรเลีย ด้านนักวิเคราะห์บอกว่า ปัญหาค่าแรงที่สูงในออสเตรเลียทำให้โตโยต้าเลือกย้ายฐานการผลิตไปยังไทยและสหรัฐ ที่มีค่าแรงถูกกว่า สถิติขององค์การผู้ผลิตยานยนต์ระหว่างประเทศระบุว่า เมื่อปี 2555 บริษัท ผู้ผลิตรถยนต์ในออสเตรเลียผลิตรถยนต์ได้ 178,000 คัน
ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
 
11. ยอดตรวจรถเกรย์เหลือ 20 คันต่อสัปดาห์
          นายอุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ยอดการยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าและตรวจสอบรถยนต์เกรย์มาร์เก็ตลดลงเหลือประมาณ 10-20 คันต่อสัปดาห์ จากช่วงปลายปี2556 ที่มีการยื่นขอเข้ามามากหลัง สมอ.ออกเกณฑ์ให้รถนำเข้าต้องผ่านการตรวจสอบ โดยได้ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้นำเข้ารถยนต์กว่า 300 ราย จำนวนใบอนุญาต 2,700 ฉบับ เป็นจำนวน 6,000 คัน ทั้งนี้ รถที่นำเข้ามาใหม่และรถเก่าที่ยังไม่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจะได้รับอนุญาตไปกว่า 6,000 คันในปลายปีที่แล้ว แต่ยอมรับว่ายังมีบางส่วนที่นำเข้ามาแล้วยังไม่นำเข้าตรวจสอบและไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งก็ถือว่าเป็นรถที่ผิดกฎหมาย ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเข้มงวด
ที่มาหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
 
12. อินโดบนเส้นทางที่1รถอาเซียน
ปัจจุบันไทยนับว่าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ของเออีซี และเป็นประเทศผู้ประกอบรถยนต์รายใหญ่อันดับ 9 ของโลก โดยในปี 2556 ไทยประกอบรถยนต์มากถึง 2.46 ล้านคัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดประกอบรถยนต์ของทุกประเทศในเออีซีรวมกัน รองลงมา คือ อินโดนีเซีย ประมาณ 1.2 ล้านคัน และมาเลเซียประมาณ 6 แสนคัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในอนาคตไม่น่าไว้วางใจนักมีแนวโน้มสูงว่าอินโดนีเซียจะแซงหน้าไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือหากความวุ่นวายทางการเมืองไทยยังลากยาว อาจจะเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ เนื่องจากความแข็งแกร่งในหลายด้าน 1 อินโดนีเซียมีประชากรมากถึง 250 ล้านคน ทำให้ตลาดรถยนต์อินโดนีเซียมีศักยภาพสูงที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต 2 ไม่มีปัญหาขาดแคลนแรงงาน 3 ปรับปรุงกฎระเบียบด้านการลงทุน ทำให้บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกสนใจลงทุนจำนวนมาก 4 เสถียรภาพทางการเมืองกลายเป็นจุดแข็งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย
ที่มาหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
 
 
ดูข่าวทั้งหมด http://www.thaiauto.or.th/2012/